Skip to content

ดูแลบ้านช่วงฤดูฝน

2013 August 29

เมื่อย่างเข้าฤดูฝน บ่อยครั้งที่ฝนตกหนัก มีพายุแรง อาจทำให้น้ำฝนไหลย้อนเข้าใต้กระเบื้องได้ เป็นสาเหตุทำให้น้ำเข้าบ้าน เราจึงควรเตรียมรับมือกับฤดูฝนให้ถูกวิธี ควรตรวจบ้านอยู่เสมอว่าฝนได้ทำความเสียหายส่วนใดของบ้านหรือไม่ มีเศษขยะปิดกั้นทางเดินระบายน้ำหรือไม่ เพราะอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบ้านได้

บ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ควรตัดกิ่งไม้ให้สั้น เพื่อไม่ให้ปลิวมาโดนตัวบ้านได้ และป้องกันไม่ให้สัตว์เลื้อยคลานปีนเข้าตัวบ้านได้ด้วย ถ้ามีเฟอร์นิเจอร์ตรงระเบียงหรือเฉลียงควรเก็บเข้าไปในบ้านเพื่อไม่ให้โดนฝน ถังน้ำก็ควรระวังไม่ให้น้ำฝนมาขัง เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ควรระวังให้มาก

ในส่วนของปากท่อระบายน้ำ ต้องคอยปัดกวาดอยู่เสมอไม่ให้มีเศษขยะมาอุดตัน ทำให้น้ำฝนไม่สามารถระบายได้ ก่อให้เกิดน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ควรตรวจฝ้า เพดานว่ามีรูรั่ว มีรอยด่างของน้ำฝนหรือไม่ ถ้ามีควรเรียกช่างมาตรวจสอบและแก้ไขให้เรียบร้อย

ตกแต่งห้องรับแขกให้น่ารักแบบสบายกระเป๋า

2013 January 24

ห้องรับแขกสวยๆไว้สำหรับต้องรับแขกเป็นหน้าเป็นตาให้กับเจ้าของบ้าน แถมยังเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจยามว่างจากการทำงานด้วย ห้องรับแขกควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ปิดทึบ ควรอยู่ทิศเหนือหรือตะวันออกเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดยามบ่าย

การเลือกวัสดุ ห้องรับแขกสามารถปูพรมได้ถ้าไม่มีเด็ก แต่ถ้ามีเด็กอาจจะทำความสะอาดยาก เราลองมาดูวัสดุตกแต่งห้องรับแขกที่ไม่แพงและนำมาตกแต่งตามความชื่นชอบของแต่ละคนค่ะ

อย่างแรกเลยตู้บิวท์อิน ควรเลือกสีมันสดใสค่ะ โดยให้สีด้านในตัดกับด้านนอก แค่ง่ายๆ ก็ทำให้ห้องรับแขกของคุณดูสดใสมีชีวิตชีวาทีเดียว

การใช้กระจกใสจะช่วยให้ห้องรับแขกดูกว้างขี้น ให้ความรู้สีกโล่งสบายไม่อึดอัด เหมาะกับห้องรับแขกขนาดเล็กค่ะ

หลายคนอาจชอบการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้มาประดับห้องรับแขก ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ไม้สวยเก๋ๆราคาประหยัดอย่างเช่นไม้ไผ่ก็สามารถนำมาประดับห้องรับแขกได้ค่ะ

การใช้แสงธรรมชาติจะทำให้อารมณ์สดใส อาจจะเน้นแสงตรงรูปประติมากรรม ควรที่จะเรียนรู้การเปิดรับแสงแดด ให้เหมาะกับเวลานั่ง เช่น ไม่ควรจัดโซฟาหันด้านแสงส่องมาจ้า ไม่ว่างโทรศัพท์ตรงกับแสงกลางวัน

แต่งบ้านง่ายๆตามหลักฮวงจุ้ย

2012 June 21

MAINDOOR ประตูเข้าบ้าน

Do ประตูที่ดี เมื่อมองจากในตัวบ้านออกไปด้านนอก ต้องเห็นความโล่งโปร่ง ทัศนียภาพที่ดี เช่นมีสวน หรือบ่อน้ำสะอาดอยู่หน้าบ้าน เช็กดูง่ายๆ หากมองจากข้างนอกผ่านประตูบ้านเข้ามาตัวบ้านในตอนกลางวัน ถ้ามองเห็นเป็นสีดำ ไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในบ้าน จะมีปัญหา เพราะแสดงไม่เข้าเลย แก้ได้ด้วยการติดหลอดไฟเพิ่ม

Don’t อย่าวางเก้าอี้สำหรับใส่รองเท้าไว้หน้าประตู ประตูบ้านตรงกับประตูบ้านตรงข้าม ถ้าเรามีรั้วมากั้น ก็ไม่เป็นปัญหา และระวังอย่าให้มรอยแตกร้าวที่ทางเข้าบ้านหรือบันไดเข้าบ้าน

LIVING ROOM ห้องรับแขก

Do ห้องรับแขกเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ควรให้ทุกคนในบ้านใช้ร่วมกันได้ไม่ควรจะเป็นสไตล์เฉพาะตัวของใครคนใดคนหนึ่ง จะไม่เกิดปัญหาว่าพอกลับมาบ้านแต่ละคนต่างแยกย้ายเข้าห้องตัวเอง ไม่ค่อยได้คุยกัน และอย่าใช้พื้นที่ส่วนกลางมากจนรก และไม่สะอาดตา

Don’t ห้องรับแจกที่หรูหราจนไม่มีใครกล้านั่ง ห้องแรกที่เห็นหลังเปิดประตูเข้ามาต้องเป็นห้องที่ได้ใช้งาน หลักการพลังของฮวงจุ้ย ต้องเข้ามสบ้านง่าย และออกไปยาก ต้องให้พลังงานวิ่งได้รอบๆบ้าน สิ่งที่ทำให้พลังไม่วิ่ง คือหยิน (ความสงบนิ่ง) พอพลังงานเข้ามาจากประตูบ้านปุ๊บ เจอห้องที่ไม่ได้ใช้ มันก็ไม่ไปต่อ ห้องรับแขกไม่ควรใช้เฉพาะ รับแขก ควรจะรับคนในบ้านด้วย

ที่มา นิตยสาร Woman & Home

ตกแต่งสวน ปักชำใบ ปักชำราก

2012 February 21

ตกแต่งบ้านและสวน

นอกจากการปักชำกิ่งซิ่งเป็นที่นิยมและทำได้ง่ายที่สุดแล้ว เรายังสามารถนำชิ้นส่วนอื่น เช่น ใบและราก มาปักชำได้เช่นกัน พืชที่ใช้ใบปักชำได้มักมีใบอวบหนา ผิวใบเป็นมัน ลักษณะการตัดชำใบมักขี้นอยู่กับรูปร่างลักษณะของใบชนิดนั้นๆ เช่น ลิ้นมังกร ให้ตัดใบตามยาวเป็นชิ้นสั้นๆ ประมาณ 2-3 นิ้ว

ส่วนพืชที่มีแผ่นใบกว้าง เช่น บีโกเนีย ใช้วิธีตัดใบเป็นส่วนๆโดยมีเส้นใบติดมาด้วย พืชต้นใหม่จะเกิดบริเวณรอยตัดนั้น

สำหรับพืชที่มีก้านใบยาว ควรตัดชำใบไม้ให้มีก้านติด เช่น แอฟริกันไวโอเลต และยังมีพืชบางชนิดที่ออกรากได้บริเวณขอบใบ เช่น คว่ำตายหงายเป็น เพียงแค่จัดวางใบแก่ลงบนวัสดุที่มีความชื้นระยะหนึ่งก็จะแตกรากและเกิดต้นใหม่ได้

ส่วนการปักชำราก พืชทีสามารถตัดชำราก ได้แก่ แคแสด สาเก ทับทิ มะไฟ ฝรั่ง โดยตัดรากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซ็นติเมตเป็นท่อนๆ นำมาปักชำลงในวัสดุปลูกลักษณะตั้งตรงหรือวางนอกก็ได้

นอกจากนี้ที่พบเห็นบ่อยๆ คือ ปีบ รากแขนงที่อยู่ใกล้ผิวดิน จะแตกออกมาเป็นพืชต้นใหม่ขนาดเล็กมากมาย เราสามารถตัดเป็นท่อนๆและนำไปปลูกได้เช่นกัน

ที่มา นิตยสาร บ้านและสวน

หรูเล่นๆ หมิงโมเดิร์น

2012 January 25

เอกลักษณ์การตกแต่งจากยุคสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นหัวเสาอ่อนช้อยของยุคโรมัน บัวพื้นลายพร้อยยุคเรอเนอเนสซองซ์ หรือเก้าอี้ทรงเกือกม้ายุคราชวงศ์หมิง อาจดูเชยไปแล้วหากเราจะนำมาตกแต่งบ้านโดยยกเอาสไตล์ของยุคนั้นมาทั้งดุ้น ทว่าภายใต้ความโบราณก็มีอะไรดีๆซ่องอยู่เยอะ หากเราแหวกออกจากกรอบของรูปแบบเก่าๆ หันมาเปลี่ยนลุคให้เข้ากับการตกแต่งสมัยใหม่ของตกแต่งเหล่านั้นก็สวยซิ่งได้ไม่เหมือนใคร ไม่เชื่อลองดูตัวอย่างที่เรานำมาให้ชมกันค่ะ

หมิงโมเดิร์น

ยุคปลายราชวงศ์หมิงนั้นถือได้ว่าเป็นยุคทองของเฟอร์นิเจอร์จีน ที่โดดเด่นมากๆก็คือเก้าอี้รูปทรงเกือกม้า ซึ่งมีเอกลักษณ์ตรงความต่อเนื่องของตัวพนักพิงและที่เท้าแขนที่โค้งคล้ายเกือกม้า นักออกแบบรุ่นใหม่จึงนำรูปลักษณ์แบบนี้มาปรับลุคให้ดูโฉบเฉี่ยวขี้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุที่ทันสมัยอย่างการขี้นรูปเป็นเก้าอี้อะคริลิกทั้งตัวหรือการใช้สีสันสดๆ เพียงเท่านี้ เก้าอี้ยุคหมิงก็แปลงร่างเป็นเฟอร์นิเจอร์แนวๆ สามารถนำมาใช้ร่วมกันการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเท่ๆได้สบาย

ที่มา นิตยสาร บ้านและสวน

เล็กๆน้อยกับการออกแบบบ้าน

2011 December 1

สิ่งที่เจ้าของบ้านควรคำนึงถึงในการเลือกใช้วัสดุปูพื้นก็คือ ไม่ควรเจาะจงเฉพาะรูปลักษณ์ที่สวยงามถูกใจเท่านั้น แค่ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งานเป็นสำคัญ อาทิ แผ่นกระเบื้องที่ปูภายนอกควรมีผิวหยาบเพื่อป้องกันการลื่นล้ม ขณะที่ภายในบ้านสามารถใช้แบบผิวมันได้ ภายในบ้านมีการแยกใช้วัสดุปูพื้น ซึ่งนอกจากเป็นการแบ่งแยกพื้นที่ใช้สอยให้แตกต่างกันแล้ว ยังเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานด้วย เนื่องจากส่วนของแพนที่มีโอกาสสัมผัสกับความเปียกชื้นหรือสารปรุงรสต่างๆได้ง่าย จึงเลือกใช้แผ่นกระเบื้องปูพื้นในบริเวณแพนทรี่ เพราะทนต่อสภาพกรดด่างได้ดีกว่าหินอ่อน และยังทำความสะอาดได้ง่ายกว่า

หน้าต่างมักเป็นส่วนที่ตกแต่งยากเสมอ โดยเฉพาะต้องติดมุ้งลวดเข้าไปด้วยก็จะทำให้ลดความสวยงามลง ทว่าปัจจุบันนี้ได้มีการออกแบบมุ้งลวดให้มีความบางเป็นพิเศษ ส่วนกรอบมุ้งลวดก็ใช้ระบบเดียวกันกับแถบแม่เหล็กที่สามารถดึงเพียงเบาๆก็เปิดออกได้อย่างง่ายดาย และยังง่ายต่อการทำความสะอาดและไม่เกะกะสายตา

ที่มา นิตยสาร บ้านและสวน

อยู่อย่างคนไทย อยู่อย่างไร

2011 September 29
Posted by pattorenger

วิธีชีวิตของคนไทยเรานั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยตามกระแสความก้าวหน้าของเทคโนโลยี กระแสโลกาภิวัตน์ หรือกระแสความนิยมอื่นๆ จากตะวันตก ที่ส่งผลให้ความเป็นอยู่ไปจนถึงรูปแบบบ้านเรือนมีลักษณะดังเช่นที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

มีคำถามว่าทำไมผู้คนในปัจจุบันจึงเผชิญกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยมากกว่าผู้คนสมัยก่อน ไม่ว่าจเป็นปัญหาบ้านร้อนหรือปัญหาการใช้งานในชีวิตประจำวัน เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาตามมาว่า

“รูปแบบบ้านในปัจจุบันเป็นบ้านที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตคนไทยหรือไม่”

หากเราย้อนกลับไปมองถึงการพัฒนารูปแบบบ้านเรือนของไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงจากเรือนผูก (ไม้ไผ่หรือใบจาก) เรือนเครื่องสับ (ไม้) เรือนเครื่องก่อน (ครึ่งปูนครึ่งไม้) และต่อมาเป็นบ้านตึกที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกตั้งแต่ในช่วงรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา

ถ้าเราพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนแล้วจะพบว่า การพัฒนาของบ้านคนไทยช่วงก่อนรัชกาลที่ 4 นั้นเป็นการพัฒนามาจากเทคนิคการก่อสร้งและวัสดุที่มีในพื้นที่ เป็นการพัฒนาอย่างคู่ขนานตามฐานะทางสังคมและการเงินของเจ้าของบ้าน เรือนผูกซึ่งชาวบ้านทั่วไปอาศัยก็ยังเห็นเคียงข้างเรือนก่อของพ่อค้าหรือคหบดี ดังนั้นรูปแบบของสถาปัตยกรรมจึงมีความคล้ายคลึงกัน จะต่างกันก็เพียงวัสดุหรือการตกแต่งเท่านั้น โดยสะท้อนถึงการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมของบ้านคนไทยได้อย่างชัดเจน

ที่มา นิตยสาร บ้านและสวน

โครงสร้างบ้าน เรื่องจำเป็นที่ผู้ซื้อควรรู้

2011 August 25
Posted by pattorenger

เวลาที่เราตัดสินใจซื้อบ้าน สิ่งที่เรามักพิจารณาหรือให้ความสำคัญส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องประโยชน์ใช้สอย รูปแบบ ความสวยงามเป็นหลัก ในขณะที่อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันแต่ถูกละเลย นั่นคือระบบโครงสร้าง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้ประกอบการณ์เองก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างของบ้านที่ขายแก่เรามากนัก ทั้งที่ความจริงโครงสร้างเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิตเรา (ผู้อยู่อาศัย)

ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นบ้านสร้างเองหรือบ้านจัดสรรเกือบ 100% เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งสิ้น และบ้านโครงสร้างแบบ คสล.นี้เป็นเรื่องละเอียดซับซ้อนมาก ทั้งเรื่องการออกแบบและกระบวนการขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งถ้าให้ได้มาตรฐานจริงต้องมีวิศวกรออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง ไม่สมารถใช้ช่างชาวบ้านได้โดยลำพัง

โครงสร้างบ้านแบบ คสล. ประกอบด้วยหลายๆส่วน เริ่มตั้งแต่เสาเข็มและฐานราก โครงสร้างของตัวบ้าน โครงสร้างพื้น และสุดท้ายโครงสร้างของหลังคา ในที่นี้จะชี้ประเด็นสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านควรรู้ เผื่อนำไปใช้ในการตรวจสอบงานก่อสร้างได้

เสาเข็มและฐานราก การเลือกใช้ชนิดและขนาดของเสาเข็มนั้นขี้นอยู่กับสภาพดินของบริเวณที่ก่อนสร้าง บางแห่งไม่จำเป็นต้องตอกเสาเข็มเนื่องจากสภาพดินแข็งสามารถทำฐานรากบนดินได้เลย แต่สำหรับบางแห่งนั้นต้องทำเสาเข็ม ลึกเป็นสิบเมตร ถ้าดินบริเวณนั้นเป็นดินอ่อน เช่น ชั้นดิน ในบริเวณกรุงเทพฯ และจังหวัดในกล้เคียงจัดเป็นดินอ่อน จำเป็นต้องทำเสาเข็ม เพื่อให้เสาเข็มเป็นตัวถ่ายน้ำหนักอาคารลงไป ยังชั้นดินแข็งที่อยู่ลึกลงไป พื้นที่บริเวณกรุงเทพ ชั้นดินแข็งจะอยู่ที่ความลึกประมาณ 18-22 เมตร การทำเสาเข็มจึงควร ใช้เสาเข็มที่มีความยาวดังกล่าว ถ้าหากใช้เสาเข็กสั้น ตัวบ้านก็ทรุดได้

ที่มา นิตยสาร Home Buyers

กระถางของชายช่างจินตนาการ

2011 June 15

อย่าบอกว่าตัวเองเหือดแห้งจินตนาการเลย ถ้ายังไม่รู้จักเริ่มต้น อย่าอ้างว่าหมดวัยคิดอะไรใหม่ๆแจ่มๆ หากยังไม่เคยเปิดประตูให้ตัวเองออกไปสู่โลกกว้าง
บุญชนะ วรรณพิณ ข้าราชการกรมศุลกากรเกษียณอายุคนนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของคนไม่เคยหมดไฟในงานศิลปะ ที่แม้เขาเองจะไม่ได้นิยามว่าตัวเองเป็นศิลปินก็ตาม
“ผมเพียงแต่ทำในสิ่งที่อยากทำเท่านั้นเอง”
คำพูดของเขากระตุ้นต่อมความคิดสร้างสรรค์ให้ผู้สัมภาษณ์อย่างที่สุด ทั้งคำพูดคุย เรื่องเล่ามุมมอง และที่สำคัญผลงานกระถางปูนแสนเท่หลายสิบใบรอบบ้าน (หรืออาจเป็นร้อย) ที่โดดเด่นจนต้องมองแล้วมองอีก ไม่เชื่อลองอ่านบทสัมภาษณ์ หรือไม่ก็อุ่นเครื่องด้วยภาพประติมากรรมกระถางเหล่านี้หน่อยเป็นไร
กระถาง: พื้นที่รวมความชอบ
ไม่เคยเรียนทางศิลปะมาหรอกครับแต่ชอบต้นไม้ ชอบกระถาง ชอบเดินทางท่องเที่ยว และก็ชอบดูทีวี ตอนผมรับราชการอยู่ที่เชียงราย ได้มีโอกาสไปเที่ยวดอยดินแดง เห็นงานของเขาก็ชอบมาก เห็นเขาเอาฟอร์มของเมล็ดพันธุ์มาใช้ก็ฝังใจมาเรื่อย คือชอบ ชอบความเป็นอยู่อย่างนั้นด้วย มันเงียบ ได้ใช้ความคิด พอเกษียณได้สักระยะก็คิดว่าอยากลองทำเป็นงานอดิเรก แต่เราก็ไม่ได้ใช้ดินเพราะไม่รู้ว่าจะไปหาแหล่งดินที่ไหน ไหนจะเตาเผาอีก ก็เลยคิดว่าใช้ปูนก็แล้วกัน ทีนี้ดูทีวีเห็นไอเดียโรงเรียนหนึ่งเขาใช้เศษกระดาษผสมกับปูน ก็ลองเอามาทำบ้างก็ดีนะ เบาดี แล้วกระดาษก็ยึดกันดีด้วย
ตอนแรกผมก็ลองปั้นใบย่อมๆ ก่อน คือผมไม่ใช่ช่างปูน ใบแรกๆ ก็กัดมือสิ (หัวเราะ) เพราะยังไม่ถนัดใช้เกรียง หลังๆ ก็ค่อยๆ คล่องขึ้น เรื่องรูปทรงที่ใช้ มาจากของที่เราเห็นแล้วก็มาร่างใส่กระดาษเก็บๆ ไว้ หรือบางทีดูหนังดูละคร ตามันไปเหลือบเห็นจุดอะไรนิดเดียว ก็เกิดความรู้สึกอยากคิดต่อแล้ว อย่างผมชอบกระถางพอเห็นในหนังก็กลายเป็นว่าไม่ดูหนังแล้ว คอยมองแต่ของที่เราชอบนั่นแหละ

ที่มา นิตยสาร HOME&DECOR

เก็บมาฝากจากอังกฤษ

2011 June 8
Posted by pattorenger

ขายต้นไม้แบบกันเอ๊ง กันเอง
มีโอกาสไปเดินเล่นที่เมืองน่ารักๆ ที่ชื่อ Grasmere ในประเทศอังกฤษ แล้วเจอร้านขายของตกแต่งบ้านขนาดใหญ่บรรยากาศดี๊ดีชื่อ Grasmere Garden Village ที่นอกจากจะมีของสไตล์เก๋ไก๋ให้เลือกมากมายแล้ว บริเวณพื้นที่กลางแจ้งยังมีต้นไม้และของแต่งสวนวางจำหน่าย ดูกลมกลืนกับเรือนกระจกใสคล้ายๆ บรรยากาศสวนของบ้านส่วนตัว ไม่มีคนขายเดินตามมาสร้างความรู้สึกอึกอัดลำบากใจ ใครอยากได้อะไรก็หยิบใส่รถเข็นไปคิดเงินตรงเคาน์เตอร์เอง คนไทยอย่างเราจึงได้เดินชมเพลินชมฟรีกันจนอิ่มเอมหัวใจไปเลย
ป่าสีฟ้าคราม
ว่ากันว่า ถ้าใครไปอังกฤษเดือนเมษายน-พฤษภาคม แล้วไม่เห็นดอกไม้ป่าที่ชื่อ บูลเบลล์ (Blue Bell) เหมือนไม่ได้ไปอังกฤษ ก็ในช่วงนั้นต้นไม้ที่น่ารักเหล่านี้พร้อมใจกันบานสะพรั่ง โชว์รูปร่างทรงระฆังสีฟ้าครามเต็มผืนป่าทุกหนทุกแห่ง (ดอกบูลเบลล์ทั้งหมดบนโลกอยู่ในอังกฤษมากกว่า 70%) แม้ขนาดของดอกไม่โดดเด่นชัดเจนแต่พอรวมตัวกันมากมายอย่างนี้ ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศทำให้ป่าสดใสดูมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนมาชื่นชมกันทุกปีก็แล้วกัน
มื้อกลางวันที่บ้านฟาร์มของแมรี่
เป็นความบังเอิญที่โชคดีสำหรับนักท่องเที่ยวไทยไร้การวางแผนอย่างเราๆ ที่ได้เจอกับ Tudor Festival ในบ้านฟาร์มของ Mary Arden (คุณแม่ของกวีชื่อดัง Shakespeare ที่เมือง Stratford-upon-Avon ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม) เพราะได้เห็นชาวบ้านเขาพร้อมใจกันแต่งตัวย้อนยุค และแบ่งหน้าที่กันทำงานสร้างบรรยากาศให้บ้านฟาร์มแมรี่มีชีวิตชีวา เหมือนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1570 พอถึงเวลาอาหารกลางวันทุกคนหยุดมือจากงาน รวมตัวกันรับประทานอาหาร เอร็ดอร่อยกับพืชผัก ผลไม้ และดอกไม้สวยๆ ซึ่งตลอดทั้งวัน พวกเขาบอกเล่าถึงวิถีชีวิตเรียบง่ายที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ช่วยสะท้อนบรรยากาศย้อนยุคในอารมณ์สุขแบบกันเองที่สุด

ที่มา นิตยสาร HOME&DECOR